โรคเอดส์แมว หรือ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคของน้องแมวสายเที่ยว

โรคเอดส์แมว หรือ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในแมว

เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Lentivirus เป็นโรคที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันเหมือนกับโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในคน พบมากในแมวแถบทางเอเชีย เนื่องจากวิธีการเลี้ยงคล้ายกันคือนิยมเลี้ยงแบบ “เลี้ยงปล่อย” รวมถึงปัญหาแมวจรจัดที่มีมากในบ้านเรา จึงทำให้การแพร่กระจายของเชื้อเป็นไปได้ในวงกว้างและรวดเร็วคนเลี้ยงมีโอกาสติดเชื้อเอดส์จากแมวได้หรือไม่

ไวรัสเอดส์แมว เป็นไวรัสในกลุ่มเดียวกับไวรัสเอดส์ในคน ความรุนแรงของโรคเอดส์แมว (ในแมว) ก็ไม่ต่างจากเอดส์คน คือมีผลต่อการกดภูมิต้านทานของร่างกายให้ต่ำลง ทำให้ร่างกายอ่อนแอและง่ายต่อการแทรกแซงของเชื้อชนิดอื่น

ไวรัสนี้มีความจำเพาะกับแมวเท่านั้น (แม้จะเป็นเชื้อไวรัสในกลุ่มเดียวกันแต่ก็ติดข้ามสายพันธุ์กันไม่ได้) จึงสบายใจได้ว่าเอดส์แมวไม่ติดคน รวมถึงไม่ติดต่อไปยังสัตว์เลี้ยงอื่นด้วย นอกจากตระกูลแมวด้วยกันเองแมวรับเชื้อเอดส์ได้อย่างไร

เอดส์แมวไม่ได้เป็นโรคจากระบบสืบพันธุ์เหมือนคน จึงไม่ได้ติดต่อจากการผสมพันธุ์ แต่ติดต่อกันทางน้ำลายสัตว์ป่วยที่มีเลือดปนเปื้อน และทางบาดแผลจากการกัดกัน จากนั้นเชื้อก็เข้าสู่กระแสเลือด

แมวเพศผู้มีโอกาสติดเชื้อมากกว่าเพศเมีย (เนื่องจากพฤติกรรมการเลี้ยงแบบปล่อย) โดยเฉพาะฤดูผสมพันธุ์ ตัวผู้วัยเจริญพันธุ์จะต่อสู้กันจนบาดเจ็บเพื่อแย่งตัวเมีย จึงเป็นช่วงที่โรคจะแพร่กระจายได้เร็ว ส่วนแม่แมวที่ติดเชื้อระหว่างตั้งท้องอาจแพร่เชื้อไปยังลูกหรือแพร่ไปยังลูกที่คลอดแล้วทางน้ำนมและน้ำลายได้
อาการของแมวเมื่อป่วยด้วยเอดส์แมว

หลังจากที่แมวติดไวรัสนี้แล้ว บางตัวจะไม่แสดงอาการอะไรเลยเป็นปีขึ้นอยู่กับระดับภูมิคุ้มกันของแมว ถ้าภูมิคุ้มกันของแมวมีมากพอที่จะต้านทานการติดเชื้อโรคแทรกซ้อนอื่นๆ แมวก็ยังไม่แสดงอาการป่วยให้เห็น แต่เมื่อใดที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดต่ำ แมวจะแสดงอาการป่วยจากการติดเชื้ออื่นจากสิ่งแวดล้อมได้ง่ายดายการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาเชื้อ

สัตวแพทย์มักตรวจหาเชื้อในเลือดหรือน้ำลายของแมวที่ป่วย การตรวจวินิจฉัยที่ได้ผลดีต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ แต่เบื้องต้นสามารถใช้ชุดตรวจสำเร็จรูป (test kit) ซึ่งอาจบอกผลได้คร่าวๆ แต่ไม่ 100% เนื่องจากหากอยู่ในระยะแรกหรือระยะเฉียบพลันหรือแมวตัวนั้นเคยได้รับวัคซีน FIV มาก่อน อาจให้ผลตรวจคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้นการตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธี PCR จึงเป็นวิธีที่ได้ผลแม่นยำการรักษาโรคทำได้อย่างไร มีโอกาสหายเป็นปกติไหม

ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่ให้ผล 100% เนื่องจากไม่มียาที่ใช้รักษาเฉพาะ โดยทั่วไปจะรักษาตามอาการ โดยให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาภาวะติดเชื้อแทรกซ้อน เช่น หวัด ท้องเสีย ผิวหนังอักเสบ อาจให้ยาต้านไวรัส หรือ Interferon รวมถึงการให้สารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคต่างๆวิธีดูแลแมวที่ป่วยเป็นโรค

ควรพาแมวป่วยไปพบสัตวแพทย์เป็นประจำ ให้อาหารที่มีคุณภาพดี หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้แมวเครียด จะช่วยให้แมวมีอายุยืนยาวขึ้น

ข้อสำคัญคือ ควรแยกแมวที่ติดเชื้อออกจากแมวตัวอื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อ หากมีการนำแมวตัวใหม่เข้ามาเลี้ยง ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพก่อนที่จะนำมาเลี้ยงรวมกับแมวตัวอื่นในบ้าน
การป้องกันโรคเอดส์แมว

ปัจจุบันแม้มีวัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคเอดส์แมวแล้ว แต่ผลที่ได้ยังไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นการป้องกันการสัมผัสโรคจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด นั่นคือการเลี้ยงในระบบปิด เพื่อไม่ให้ออกไปสัมผัสกับแมวป่วย ส่วนการทำหมันแมว (โดยเฉพาะแมวตัวผู้) ก็เป็นการลดความเสี่ยงในการรับเชื้อจากการต่อสู้และแพร่เชื้อไปยังตัวอื่นได้อีกวิธีหนึ่ง
สรุปสั้นๆ

โรคเอดส์แมว ไม่ติดคน แต่ในแมวยังไม่มีทางรักษาให้หายขาด เจ้าของต้องดูแลแมวเพื่อพยุงอาการไปตลอดชีวิต หากร่างกายแมวมีภูมิคุ้มกันที่ดี ร่างกายแข็งแรง ไม่มีภาวะเครียด ก็สามารถใช้ชีวิตแบบปกติไปได้อีกยาวนาน
.
รายการ pet care onair
ผศ.น.สพ.ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร และ สพ.ญ.ดร.ฉัตรวลี บุญธรรม คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย